สสจ บึงกาฬ
smart Refer
LTC
R8
HDC
cockpit

สัญญาณเตือนภาวะโลหิตจาง เมื่อขาดธาตุเหล็ก
  13 ธันวาคม 2559 16:09    บทความทั่วไป    โรงพยาบาลโซ่พิสัย    อ่าน 9970  


สัญญาณเตือนภาวะโลหิตจาง เมื่อขาดธาตุเหล็ก

 

 ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

สัญญาณเตือนภาวะโลหิตจาง เมื่อขาดธาตุเหล็ก thaihealth

แฟ้มภาพ

          ปกติร่างกายคนเราจะใช้ธาตุเหล็กในการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ธาตุเหล็กจึงบรรจุอยู่ในเม็ดเลือดแดง เมื่อเม็ดเลือดแดงหมดอายุ จะมีการปล่อยธาตุเหล็กคืนสู่ร่างกาย เพื่อนำมาใช้ใหม่อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก ทำให้ร่างกายเกิดสมดุลและไม่ขาดธาตุเหล็ก

          อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

          ธาตุเหล็กมีอยู่ในอาหารทั่วไป อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ได้แก่ เครื่องในสัตว์ (ตับและม้าม) เนื้อสัตว์ ไข่แดง หอย (หอยกาบ หอยนางรม หอยแมลงภู่) ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ อาจกินถั่ว ผักใบเขียว ผลไม้แห้ง เช่นแอปริคอต และลูกเกด ยีสต์หมักเบียร์ สาหร่าย กากน้ำตาล และรำข้าวสาลี

          จะทราบได้อย่างไรว่าโลหิตจาง

          เนื่องจากธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง เมื่อขาดธาตุเหล็ก จึงทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง (หรือเลือดจาง หรือซีด) ร่วมกับมีอาการ เหนื่อย อ่อนเพลีย ใจสั่น วิงเวียน หนาวง่าย สมาธิสั้น ความเฉียบคมฉับไว ในการตอบสนอง หรือคิดวิเคราะห์ช้าลง อาจพบลิ้นเลี่ยน และเล็บแบนเป็นรูปช้อน ซึ่งเมื่อตรวจวัดระดับความเข้มข้นของเลือด หรือฮีโมโกลบิน จะต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ อีกทั้งพบเม็ดเลือดแดงขนาดเล็ก และระดับเหล็กสะสมต่ำ

          ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก มีสาเหตุสำคัญ 4 ประการ ดังนี้

          1.การเสียเลือดเรื้อรังเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เช่น ประจำเดือนออกมากในหญิงวัยเจริญพันธุ์ หรือ มีแผลหรือเนื้องอกในทางเดินอาหาร ทำให้เสียเลือด ร่างกายไม่สามารถนำธาตุเหล็กกลับมาใช้ใหม่ได้ จึงเกิดภาวะขาดธาตุเหล็ก

          2.ร่างกายต้องการเหล็กมากขึ้น พบในหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร  3.ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กลดลง พบในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยที่กินยาซึ่งรบกวนการดูดซึมของธาตุเหล็ก

          4.ได้รับธาตุเหล็กจากอาหารไม่เพียงพอ พบในเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมมารดา หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ไม่ยอมรับประทานอาหาร หรือรับประทานอาหารเองไม่ได้

          การรักษาเมื่อเกิดภาวะโลหิตจาง

          การรักษาภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก มีหลักสำคัญ 2 อย่าง คือ ให้ธาตุเหล็กทดแทน ร่วมกับ การตรวจหาและแก้ไขสาเหตุ หากไม่มีปัญหาการดูดซึมธาตุเหล็ก นิยมให้ธาตุเหล็กทดแทนโดยการรับประทานธาตุเหล็ก เริ่มรับประทานครั้งละ 1 เม็ด 3 เวลาหลังอาหาร จนความเข้มข้นเลือด หรือระดับฮีโมโกลบินกลับมาเป็นปกติ จึงลดปริมาณลงเป็น ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า-เย็น และ วันละ 1 เม็ด ตามลำดับ ควรรับประทานอย่างน้อย 3-6 เดือน หรือจนแก้ไขสาเหตุได้ เพื่อให้ร่างกายมีปริมาณเหล็กสะสมเพียงพอ   ระหว่างรับประทานธาตุเหล็กควรหลีกเลี่ยงการดื่มนม น้ำเต้าหู้ หรือยาลดกรดร่วมด้วย เนื่องจากจะลดการดูดซึมของธาตุเหล็ก และหากรับประทานร่วมกับน้ำส้ม จะทำให้การดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น หลังรับประทานธาตุเหล็ก อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ โดยมักเป็นเฉพาะ 2-3 วันแรก แล้วดีขึ้นเอง หากมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมากควรปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนชนิดของธาตุเหล็ก ตลอดระยะเวลาที่รับประทานธาตุเหล็ก อุจจาระจะมีสีดำเนื่องจากร่างกายขับเหล็กส่วนที่เหลือจากการดูดซึมออกทางอุจจาระ ไม่เป็นอันตรายใดๆ

          หลังจากให้ธาตุเหล็กทดแทน อาการและความเข้มข้นเลือดจะดีขึ้นเรื่อยๆ จนกลับมาเป็นปกติภายในเวลา 4-8 สัปดาห์ หากความเข้มข้นเลือด หรือระดับฮีโมโกลบินไม่เพิ่มขึ้น จำเป็นต้องตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม เช่น ร่างกายอาจมีการเสียเลือดอย่างต่อเนื่อง ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กไม่ได้ หรือโลหิตจางจากสาเหตุอื่น เป็นต้น นอกจากนี้การตรวจหาสาเหตุในผู้หญิงที่ประจำเดือนมากผิดปกติ จำเป็นต้องปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และทำการรักษา ส่วนผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว จำเป็นต้องตรวจหาภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อย โดยการตรวจหาเลือดในอุจจาระ และอาจต้องส่องกล้องตรวจทางเดินอาหาร

บทความ

อ่านทั้งหมด
ขึ้นด้านบน